ประสบการณ์ของข้าพเจ้า
โคย พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ ผช. ผบ. ทบ.
ในเดือน เม.ย. 2514 ณ สมรภูมิแห่งหนึ่งในราชอาณาจักรลาว แขวงไชยบุรี เขตติดต่อกับประเทศไทยทางด้าน จ. เชียงราย เทือกดอยผาหม่น กองกำลังรบเฉพาะกิจราทิกุล ส่งหน่วยจาก บี. ซึ. 61 ออกกวาดล้าง ผกค./ปทล. ในพื้นที่ใกล้พรมแดนไทยจาก บ. หัวเมือง-บ.ปากดอย ลงมาทางใต้ โดยมี บก. ยุทธวิธีตั้งอยู่ที่ บ. หัวเมืองห่างจาก บี. ซึ. 610 ประมาณ 6 กม. กำลังของ บี. ซึ. ๖๑๑ ซึ่งมี พ.ท. ณรงค์ ขำประยูร (ยศขณะนั้น) เบ็น ผบ. พัน. และ ร.ท.วิโรจน์ ทองมิตร (ยศขณะนั้น ) เป็น ผบ. ร้อย. นำกำลังเข้ายึดเนิน จากข้าศึกได้ วันรุ่งขึ้น
ตอนเช้าตรู่ ข้าศึกได้เข้ามายิงรบกวน ร.ท. วิโรน์ ฯ ผบ. ร้อย. จึงได้นำกำลังออกรกไล่กวาดล้าง ปรากฏว่ากำลังพลทหารเสือพราน ไปเหยิยบกับระเบิดที่ข้าศึกวางไว้ชนิดเร่งด่วนก่อนถอนตัว ทำให้ทหารเสือพรานบาดเจ็บ ขาขาด 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสที่ขา อีก 1 นาย เจ้าหน้าที่เสนารักษ์พยายามให้น้ำเกลือ Droxtan ( Drextan 1 ขวด จะช่วยชีวิตได้ 24 ชม.) บก. ยุทธวิธีซึ่งข้าพเจ้าควบคุมอยู่ ได้วิทยุติดต่อส่วนหลัง ขอ ฮ. จาก Sky มารับคนเจ็บ
แต่เมื่อ ฮ. มาถึงก็ไม่ยอมลงไปรับ อ้างว่าไม่ปลอดภัย และเที่ยงให้หน่วยลำเลี้ยงคนเจ็บลงจากเนินมายังท้องนาซึ่งเป็นที่โล่งทางเหนือ ประมาณ 2 - 3 กม. ขณะนั้นเป็นเวลา 0700 หน่วย บี. ซึ. 611 จำเป็นต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เพราะการหยุดอยู่กับทีนาน ๆ จะเบีดโอกาสให้ข้าศึกเกาะจะเบ็นอันตรายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาระในการส่งกลับผู้บาดเจ็บก็ยังเป็นปัญหาอยู่ขณะนั้น ข้าพเจ้าคิดด้วยตนเองว่า ด้วยน้ำเกลือ Drextan จะทำให้ผู้บาด เย็นวันรุ่งขึ้น ปัญหาก็คือว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บไว้ได้ ในเมื่อ ฮ. ปรับบนฐาน และหน่วยก็ยังถังเล พะวงหน้าพะวงหลัง ยังไม่กล้านำคนเจ็บลงมาในพื้นที่ด้านเหนือ เพราะเกรงจะถูกชุ่มโจมตี ข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจสอบถามจากซาวบ้านว่า จะพอจ้างเกวียนไปรับได้หรือไม่ระยะทาง 6 กม. ผ่านภูมิประเทศฝ่ายข้าศึก เราสามารถจะลำเลียงคนเจ็บกลับออกมาถึงที่ปลอดภัยได้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เมื่อจ้างเกวียนได้แล้ว ก็หาอาสาสมัครจากเจ้าหน้าที่สูทกรรมใน บก. ร่วมกับกำลังชุดล่าสังหารจาก ดชด. ได้ 15 คน ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ 0600 พร้อมด้วยเสบียง 1 วัน ระยะทางบนแผนที่เพียง 6 - 7 กม. แต่ต้องเดินขึ้นเขาลงห้วยในภูมิประเทศเบ็นระยะทางเกือบ 20 กม.
เราได้วิทยุเข้ารหัสให้เขาเตรียมลำเลียงคนเจ็บลงมาและเราจะสวนทางขึ้นไปรับ เวลาเดินทางของชุด ลว. พิเศษซึ่งข้าพเจ้านำไปเองแทนที่จะไช้เวลา 2 ชม. กลายเบ็น 5 ชม. เกวียนที่นำไปก็ล้อหักหลังจากเดินทางไปได้ประมาณ < กม. ไม่สามารถนำไปได้ชุด ลว. พิเศษตัดสินใจทั้งเกวียนเดินทางต่อไป พร้อมด้วยคนนำทาง ตัดข้ามภูมิประเทศไปเชื่อมบรรจบกับชุดลำเลียงคนเจ็บจากหน่วย บี. ซี. 601 ได้เวลาบ่ายโมง ณ ที่นั้น มีคนบาดเจ็บขาขาด - นายและขาเหวอะหวะ อิก 1 นาย เราจัดการทำเปลเพื่อจะหอบหิ้วคนเจ็บกลับไปยังเกวียนที่ทิ้งไว้
ในระหว่างที่รออยู่ มี บ. ขับไล่ T -28 ของ ทอ. ลาวบินผ่านมา ข้าพเจ้าได้ยินเสียงนักบินทางวิทยุ ซึ่งคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เขาถามข้าพเจ้าว่า มาทำอะไรอยู่ในบำ ข้าพเจ้าก็บอกเขาว่า มารับคนเจ็บ ซึ่งเบ็นลูกน้อง นักบินก็บอกว่า ทาง บก. ส่วนหลัง พ.ท. วชิรพล พลเวียง (ยศขณะนั้น ) ซึ่งเบ็นรองของข้พเจ้าและทาง Sky Counterpart มีความเป็นห่วงข้าพเจ้ามากและกำลังพยายามติดต่อข้าพเจ้าอยู่ ข้พเจ้าก็บอกผ่านนักบินไปว่า หากเขาอยากจะพบข้าพเจ้าก็ส่งมารับข้าพเจ้า ณ ทุ่งนาที่นัดพบกับคนเจ็บ นักบินก็ได้ถ่ายทอดข่าวสารจากข้าพเจ้าไปยัง บก. ส่วนหลัง จากนั้นก็มี ฮ. ของ Sky มาบินวนเหนือบริเวณที่เราอยู่ ข้าพเจ้าได้คิดต่อกับเขาทางวิทยุ นักบิน ฮ. ผู้นี้เบ็นเพื่อน จากโรงเรียนเดียวกับข้าพเจ้า เขาบอกว่าเขาจะพยายามนำ ฮ. ลงมารับคนเจ็บและข้พเจ้า หากไม่ถูกยิงก่อนร่อนลง ปรากฏว่า เขานำ ฮ. ลงมาได้สำเร็จ และทำสัญญาณมือให้นำคนเจ็บและตัวข้าพเจ้าขึ้น ฮ. ไปในเที่ยวนั้น ข้าพเจ้าได้นำคนเจ็บทั้งสองลำเลียงขึ้นและได้พร้อมกับวิทยุแจ้งนับินว่าอย่าได้เป็นห่วงข้าพเจ้าข้าพเจ้าจะเดินทางด้วยเท้ากลับพ ลว. พิเศษ เพราะข้าพเจ้ามาด้วยกัน เมื่อเขากลับด้วย ฮ. ไม่ได้ ข้าพเจ้าจะทั้งพวกเขาไปได้าางอย่างไร และกำลังพลชุด ลว. พิเศษบางนายก็เป็นเจ้าหน้าที่สูทกรรม อาสามารับคนบาดเจ็บกับไม่ใช่พลรบอย่างแท้จริง นักบินจึงยอมตกลงที่จะลำเลียงกำลังพลทั้ง 15 นายกลับและให้บางส่วนไปกับคนเจ็บในเที่ยวแรก และกลับมารับอีก 1 เที่ยวเพราะทาง บก. ส่วนหลัง และ ภัย ผู้บังคับบัญชาของเขา ยืนยันว่าจะต้องนำข้าพเจ้ากลับทาง ฮ. และให้ความปลอดภัยแก่ข้าพเจ้าให้ได้วมคนเจ็บทั้งสองได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาล และส่งกลับหน่วยในเวลาต่อมา
ข้าพเจ้าก็ได้วันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตลูกน้อง ผู้บาดเจ็บให้รอดชีวิตได้ โดยเอาชีวิตตนเองเข้าเสี่ยง อบทุกวันนี้ เมื่อข้าพเจ้าพบผู้บาดเจ็บนายหนึ่ง ซึ่งทำมาหากินอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เขายังมาขอบคุณและระลึกถึงบุญคุณอยู่เสมอ ซึ่งข้าพเจ้าก็บอกเขาไปทุกครั้งว่า เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องหาลหนทางช่วยเหลือถูกน้องขนสุดความสามารถ และอย่าได้ถือว่าผู้นำจะตายแทนลูกน้องศรีไม่ได้ ชีวิตทุกชีวิดมีค่าเหมือนกันหมด ในสนามรบตั้งแต่นายพลจนถึงพลทหาร ย่อมดายได้เท่ากัน ยศถาบรรดาศักดิ์ ปริญญา สถาบันการศึกษาหาได้มีความหมายไม่ แต่ชีวิตละ Fellow Soldier ย่อมจะมีค่าต่อกองทัพ ต่อครอบครัว ทัดเทียมกันทุกคน เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องเสียสละ และกล้าที่จะเสียงและตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด โดยไม่ต้องลังเล
จากการปฏิบัติการในครั้งนั้น และครั้งต่อ ๆ มา นักบิน ฮ. ของ Sky ก็เริ่มจะมีความมั่นใจในหน่วยของเรามากขึ้น และหน่วยของเราก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการ ส่งกำลังเพีมเติม หรือการลำเลียงคนเจ็บ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์
บิ๊กเสือ เสือใหญ่ต้นตำรับหลักสูตรจู่โจม
บิ๊กเสือ หรือ เสือใหญ่ หนึ่งในนายทหารที่เป็นที่ยอมรับในวงการทหารว่าเป็นตำนานนักรบพันธ์ุแท้ ผ่านศึกสงครามมากมาย ย่อมมีประวัติไม่ธรรมดา
เริ่มตั้งแต่ชีวิตนักเรียนทหาร ท่านก็ได้รับรางวัลชนะเลิศกีฬากรีฑา ระยะ 800, 5000 เมตร และได้รับคัดเลือกเป็นนักกรีฑาทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์
เรียนได้ที่1 นักเรียนเตรียมนายร้อย (จปร.รุ่นที่2) ได้ทุนไปศึกษาต่อ The United States Military Academy West Point สหรัฐอเมริกา และได้เป็นแชมป์มวยสากล West Point 4 ปีซ้อน ไม่เคยแพ้ใคร จนได้รับรางวัล Best Boxer และได้รับฉายา Thai Tiger
เมื่อจบการศึกษาที่ West Point ก็สำเร็จหลักสูตรพิเศษของกองทัพบกสหรัฐคือ Ranger และ Airborne ที่ Fort Benning ภายหลังกลับมาไทยจึงได้เป็นครูฝึกชุดแรกของหลักสูตรจู่โจมในประเทศไทย ณ ศูนย์การทหารราบ หลักสูตรที่หนักที่สุดของกองทัพบกไทย ด้วยความที่เข้มงวดกับการฝึก และมีคุณลักษณะผู้นำที่ดีมาก ร่วมลำบากและเป็นตัวอย่างให้นักเรียนจู่โจมตลอดเวลา อีกทั้งยังชอบสอนให้นักเรียนจู่โจมคำรามเป็นเสียงเสือ จึงได้รับฉายาว่า เสือใหญ่ เป็นที่มาของคำว่า บิ๊กเสือ เมื่อท่านได้รับตำแหน่งระดับสูงในกองทัพ
หลังจากนั้น ท่านก็ได้ร่วมรบในสมรภูมิต่างๆเช่น สงครามเวียดนาม สงครามในลาว สงครามต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ซึ่งในแต่ละสมรภูมินั้น ท่านได้นำหน่วยด้วยตนเองทั้งสิ้น จนเป็นที่เลื่องลือถึงความรุกรบ กล้าหาญ และเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา
พลเอก พิจิตรฯ ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญเช่น ผู้บัญชาการกองพลที่1 รักษาพระองค์, แม่ทัพภาคที่1, รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และองคมนตรี ได้ริเริ่มงานต่างๆไว้มากมาย อาทิ การก่อตั้งหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายที่พัฒนามาเป็น ฉก.90 ในปัจจุบัน, ริเริ่มการฝึกเดินเร่งรีบ (Forced March)โดยนำแนวการฝึกมาจากทหารเวียดกงที่สามารถเคลื่อนย้ายหน่วยได้อย่างรวดเร็ว, ริเริ่มการฝึกแบบกรมผสมด้วยกระสุนจริง ต้นแบบการฝึกทางยุทธวิธีที่ม่วงค่อม และก่อตั้งหมู่บ้านป้องกันชายแดนทั่วประเทศเพื่อรองรับภัยคุกคามตามแนวชายแดน
ประวัติรับราชการของท่านถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่นายทหารรุ่นหลังสามารถยึดถือเป็นไอดอล ให้เห็นว่าคุณค่าของผู้นำทางทหารอยู่ที่การนำหน่วยเข้าทำการรบ การร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ และการเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ...
** ชื่อเล่นที่แท้จริงของท่านน้อยคนที่ทราบ แต่ทางโรงเรียนนายร้อย West Point เรียกท่านว่า Pete

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น